Tools
Register Login

You are here: Home » บทความ » 9. ทุ่งเจ้าพระยาเลื่อนนาปีเพราะเขื่อนไม่มีน้ำ (23/6/2558)
Saturday, 21 Jul 2018

9. ทุ่งเจ้าพระยาเลื่อนนาปีเพราะเขื่อนไม่มีน้ำ (23/6/2558)

E-mail Print

ดร.ยิ่งปลิว ศุภกิตติวงศ์

บริษัท วายพี คอนซัลแตนท์ จำกัด

 

ทำไมเขื่อนจึงไม่มีน้ำ เพราะฝนแล้ง เขื่อนมีความจุน้อยเกินไป หรือ วิศวกรออกแบบผิด

ในการวางแผนพัฒนาเขื่อน ตัวแปรที่สำคัญในการกำหนดความจุของเขื่อน คือ ปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนและความต้องการใช้น้ำ ในที่นี้ ขอใช้เขื่อนภูมิพลเป็นตัวอย่าง เนื่องจากเขื่อนภูมิพลเป็นปัจจัยหนึ่งในการประกาศเลื่อนการปลูกข้าวนาปีในทุ่งเจ้าพระยา

เขื่อนภูมิพลมีความจุที่ใช้งานได้ประมาณ 9,662 ล้าน ลูกบาศก์เมตร (ล้าน ลบ.ม.) มีปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนภูมิพลเฉลี่ยประมาณ 5,770 ล้าน ลบ.ม./ปี ด้วยความจุและปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนดังกล่าว ปริมาณน้ำที่จัดสรรจากเขื่อนภูมิพลรวมทั้งปริมาณน้ำสูญเสียควรอยู่ในอัตรา 5,280 ล้าน ลบ.ม./ปี

ถ้าเราคงอัตราการจัดสรรน้ำดังกล่าวไว้ เขื่อนภูมิพลก็จะสามารถจัดสรรน้ำได้อย่างยั่งยืน เหตุการณ์เขื่อนแห้งก็จะไม่เกิดขึ้น และเราก็ไม่ต้องพะวงในแต่ละปีว่า ปีหน้าหรือปีถัดไป ฝนจะแล้งหรือเปล่า เพราะรูปแบบการทำงานที่ถูกต้องของเขื่อน คือ เก็บน้ำในปีน้ำมากเพื่อสำรองไว้ใช้ในปีน้ำน้อย (ไม่ใช่มีมากใช้มาก มีน้อยใช้น้อย) ดังนั้น ปีฝนแล้งตามปกติธรรมชาติ จะไม่มีผลกระทบอย่างรุนแรงต่อปริมาณน้ำในเขื่อน ยกเว้นเหตุการณ์ผิดปกติเป็นกรณีพิเศษ เช่น ฝนแล้งหลายปีต่อเนื่องกัน

จากปี 2508-2556 เขื่อนภูมิพลปล่อยน้ำลงท้ายน้ำและมีน้ำสูญเสียจากการระเหยรวมเฉลี่ยประมาณ 5,870 ล้าน ลบ.ม./ปี ซึ่งเป็นอัตราที่สูงกว่าอัตราที่ควรจะเป็นประมาณ 590 ล้าน ลบ.ม./ปี จึงน่าจะเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้เขื่อนภูมิพลเป็นเช่นวันนี้ (เขื่อนแห้ง)

ข้อเสนอแนะ (1) การจัดสรรน้ำจากเขื่อนควรมีอัตราที่สอดคล้องกับปริมาณน้ำที่ไหลเข้าเขื่อนและความจุเขื่อน กรณีภูมิพลเฉลี่ยประมาณ 5,280 ล้าน ลบ.ม./ปี (2) ประชาสัมพันธ์ให้เกษตรกรเข้าใจถึงข้อจำกัดของเขื่อน เช่น มีน้ำมากแต่ปล่อยมากไม่ได้ (3) มีมาตรการประหยัดน้ำอย่างจริงจังโดยเฉพาะภาคการเกษตร ซึ่งใช้น้ำมากที่สุด