Tools
Register Login

You are here: Home » บทความ » 7. สยองขวัญหรือทึ่งกับเบื้องหลังเขื่อนภูมิพล (16/10/2557)
Tuesday, 23 Jan 2018

7. สยองขวัญหรือทึ่งกับเบื้องหลังเขื่อนภูมิพล (16/10/2557)

E-mail Print

 

ดร.ยิ่งปลิว ศุภกิตติวงศ์

บริษัท วายพี คอนซัลแตนท์ จำกัด

 

การศึกษาด้านอุทกวิทยาสำหรับการพัฒนาอ่างเก็บน้ำหรือเขื่อนใดๆ เป็นงานที่สำคัญมาก เพราะหากมีความผิดพลาด จะส่งผลต่อความปลอดภัยของเขื่อน และหากเขื่อนพังก็จะทำให้เกิดการสูญเสียต่อชีวิตและทรัพย์สิน เขื่อนใหญ่ก็เสียหายมาก เขื่อนเล็กก็เสียหายน้อย นอกจากนี้ ความผิดพลาดทางด้านอุทกวิทยา ยังส่งผลต่อประสิทธิภาพของเขื่อนอีกด้วย เช่น การออกแบบเขื่อนใหญ่กว่าศักยภาพของทรัพยากรน้ำ เขื่อนก็จะเก็บลมแทนที่จะเก็บน้ำ เป็นต้น

ครั้งหนึ่งในงานสัมมนาวิชา (ในต่างประเทศ) วิทยากรได้ถามผู้เข้าร่วมสัมมนาว่า หากต้องเลือกระหว่างการมีข้อมูลอุทกวิทยา กับ นักอุทกวิทยาที่เก่ง ในการศึกษาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ จะเลือกอะไร ซึ่งแน่นอนว่า ความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมประชุมมีทั้ง 2 ด้าน สำหรับคำถามนี้ ผู้อ่านคงจะมีคำตอบได้อย่างมั่นใจ หากได้ทราบเบื้องหลังของเขื่อนภูมิพล

ประมาณปี 2494 เราเริ่มคิดที่จะพัฒนาเขื่อนไฟฟ้าพลังน้ำ ซึ่งเป็นนโยบายของจอมพล ป. พิบูลสงคราม โดยกรมชลประทานได้พิจารณาพัฒนาเขื่อนไฟฟ้ายันฮี (เขื่อนภูมิพล) ในแม่น้ำปิง ในช่วงดังกล่าว เรามีข้อจำกัดด้านข้อมูลอุทกวิทยามาก

เรามีข้อมูลปริมาณน้ำประมาณ 21 ปี (ปี 2477-2497) เป็นข้อมูลที่แปลงมาจากที่อื่น 13 ปี ไกลจากที่ตั้งเขื่อนภูมิพลออกไปทางท้ายน้ำประมาณ 58 กม. (ปี 2477-2488, ปี 2494) สร้างข้อมูลเอง 5 ปี เพราะไม่มีการวัดน้ำใดๆ เลย (ปี 2489-2493) และสำรวจน้ำจริงเพียง 3 ปี (ปี 2495-2497) ด้วยข้อมูลที่ไม่สมบูรณ์และกระท่อนกระแท่นดังกล่าวนี้ ทำไมเรายังกล้าใช้ในการออกแบบเขื่อนภูมิพลซึ่งเป็นเขื่อนขนาดใหญ่

ผู้ที่คุ้นเคยกับงานอุทกวิทยาแต่ไม่คุ้นเคยกับผู้ที่รับผิดชอบในการศึกษาอุทกวิทยาของเขื่อนภูมิพล อาจจะรู้สึกสยองขวัญ แต่ผมโชคดีได้มีโอกาสร่วมงานกับอาจารย์บุญชอบ กาญจนลักษณ์ ในชมรมนักอุทกวิทยาไทย ท่านเป็นผู้รอบรู้มาก ขณะทำการศึกษาอุทกวิทยาของเขื่อนภูมิพล ท่านเป็นข้าราชการหนุ่ม หัวหน้าแผนกอุทกวิทยา กรมชลประทาน และเป็นมือขวาของ มล.ชูชาติ กำภู อธิบดีกรมชลประทาน และเป็นราชบัญฑิตในวิชาวิทยาศาสตร์ประยุกต์ เมื่อคนเก่งมากร่วมงานกับคนยอดเก่งและมีวิสัยทัศน์ โดยทั้ง 2 ท่าน ต่างมีความเชื่อมั่นในวิชาชีพของตน และมีความกล้าหาญ เขื่อนภูมิพลจึงเกิดขึ้นเพื่อความผาสุขและความเจริญรุ่งเรืองของประเทศตราบเท่าทุกวันนี้

นายพิชัย วาศนาส่ง ได้เขียนเรื่อง “คนดีของแผ่นดิน” วารสารวันชูชาติ (4 มกราคม 2549) ในวโรกาสรำลึก 100 ปี ชาตกาล บิดาแห่งชลกร ในส่วนที่เกี่ยวกับเขื่อนภูมิพลในช่วงเวลาที่จอมพลสฤษฏ์ ธนรัตน์ ซึ่งขณะนั้นเป็นนายกรัฐมนตรี ไปตรวจงานขั้นสุดท้ายที่เขื่อน โดย มล.ชูชาติ กำภู ถูกท่านนายกรัฐมนตรีถามคำถามสุดท้ายว่า “แม้ว่าท่านอธิบดีจะเตรียมการแก้ไขปัญหาไว้ทุกอย่างแล้วก็ตาม แต่ท่านถูกธรรมชาติรังแก น้ำมีปริมาณเกินที่เขื่อนจะสามารถรับได้ และท่านแก้ไขไปตามระบบที่เตรียมไว้ทุกทางแล้ว เขื่อนก็ยังทำท่าว่าอาจเกิดอันตรายได้ ท่านจะทำอย่างไร” มล.ชูชาติ กำภู อึ้งอยู่ชั่วหายใจเข้า และตอบอย่างฉาดฉานว่า “กระผมก็จะขอยืม 11 มิลลิเมตร ของท่านมาใช้ ครับผม”

เมื่อท่านอ่านมาถึงบรรทัดนี้ ท่านคงทราบแล้วว่า ผมจะเลือกอะไรระหว่าง การมีข้อมูลอุทกวิทยา หรือ นักอุทกวิทยาที่เก่ง สำหรับการศึกษาโครงการพัฒนาแหล่งน้ำ สวัสดีครับ